Saha Stainless Steel Company We are service providers Integrated stainless steel kitchen

การ คำนวณลมเตาอบเบเกอรี่ ควรเริ่มจากข้อมูลของเตาอบ ระบบระบายอากาศ และลักษณะพื้นที่ติดตั้งจริง ไม่ควรใช้ค่า CFM ต่อความยาวฮูดของครัวทอดเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว เพราะเตาอบแต่ละประเภทปล่อยความร้อน ไอน้ำ และอากาศร้อนออกมาแตกต่างกัน
ในการคำนวณระบบระบายอากาศ วิศวกรจะพิจารณาปริมาณไอร้อนที่ต้อง Capture ขนาดและรูปแบบของ Hood/Canopy ความยาวท่อ จำนวนข้องอ รวมถึง Static Pressure ของระบบ ก่อนเลือกพัดลมจาก Performance Curve เพื่อให้ได้ปริมาณลมที่เหมาะกับการใช้งานจริง
ขั้นตอนประเมินก่อนคำนวณ
- ระบุชนิดและรุ่นเตาอบ พร้อม Heat Output หรือ Vent Requirement จากเอกสารผู้ผลิต
- กำหนดว่าจะใช้ Direct Vent, Canopy Hood หรือ General Exhaust
- วัดขนาด Hood/พื้นที่ Capture และระยะจากจุดกำเนิดไอร้อน
- วางแนวท่อและนับข้องอ ความยาว และอุปกรณ์ที่สร้างแรงต้าน
- คำนวณ Airflow และ Total Static Pressure แล้วเลือกพัดลมตามจุดทำงานจริง
ทำไมเลือกพัดลมจาก HP อย่างเดียวไม่ได้
พัดลมที่มีกำลังมอเตอร์เท่ากันอาจให้ปริมาณลมต่างกันเมื่อเจอ Static Pressure ต่างกัน การเลือกจึงต้องดู Fan Curve ณ จุด Airflow/Pressure ที่ระบบต้องการ ไม่ใช่ดูเฉพาะแรงม้าหรือขนาดใบพัด
ตัวอย่างตัวแปรที่ทำให้แรงลมตก
- ท่อยาวขึ้นหรือมีข้องอหลายจุด
- ขนาดท่อเล็กเกินไปทำให้ความเร็วลมสูงและแรงเสียดทานเพิ่ม
- มี Filter, Damper หรืออุปกรณ์ควบคุมเพิ่มในระบบ
- รอยรั่วตามข้อต่อท่อ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณลม
Q: ถ้าดูดแรงเกินไปจะมีผลอะไร?
A: อาจดึงอากาศปรับอากาศออกมากเกินไป ทำให้ห้องเกิดแรงดันลบและเพิ่มภาระเครื่องปรับอากาศ รวมถึงเกิดลมรบกวนโซนผลิต
Q: ทำไมต้องคำนวณ Fresh Air พร้อม Exhaust?
A: เพราะอากาศที่ดูดออกต้องมีอากาศเข้ามาทดแทน หากไม่สมดุล ประสิทธิภาพ Exhaust จะลดลงและอาจเกิดลมดูดผ่านประตูหรือช่องเปิดต่าง ๆ
สรุปการคำนวณที่เหมาะกับครัวเบเกอรี่
Airflow ที่พอดีช่วยระบายความร้อนและไอน้ำได้โดยไม่สูญเสียความเย็นเกินจำเป็น เมื่อตัวเลขวิศวกรรมชัดเจน สามารถกำหนดขนาด Hood/Canopy และงานสเตนเลสให้สัมพันธ์กับระบบจริงได้
ติดต่อสอบถามข้อมูล
Saha Stainless Steel Co., Ltd.
โทร : (662) 175-1653-4
Email: [email protected]








