ระบบแก๊สในครัวร้านอาหารออกแบบอย่างไรให้ปลอดภัย

ระบบแก๊สครัวร้านอาหารที่ออกแบบเพื่อความปลอดภัย

ปัจจัยหลักของการเดินระบบแก๊สครัวร้านอาหารให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย อยู่ที่การแยกห้องเก็บถังแก๊สไว้ภายนอกอาคาร การเดินท่อด้วยวัสดุไร้รอยต่อ และการติดตั้งระบบตัดแก๊สอัตโนมัติเมื่อพบการรั่วไหล หัวใจสำคัญคือการลดความเสี่ยงเพลิงไหม้จากเชื้อเพลิงแรงดันสูงในพื้นที่ปรุงอาหารที่มีความร้อนสะสมตลอดเวลา

โครงสร้างและอุปกรณ์สำคัญในระบบแก๊สพาณิชย์

ระบบจ่ายแก๊ส LPG สำหรับครัวขนาดใหญ่ประกอบด้วยส่วนประกอบหลักที่ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องตามมาตรฐานกฎหมายและหลักวิศวกรรม

  • สถานีบรรจุแก๊ส (LPG Cylinder Manifold): พื้นที่จัดเก็บถังแก๊ส ต้องตั้งอยู่ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก นอกตัวอาคาร มีกำแพงกันไฟ และเชื่อมต่อถังแก๊สหลายใบเข้าด้วยกันผ่านท่อพับทนแรงดันสูง (Flexible Pigtail)
  • ชุดปรับแรงดัน (Gas Regulator): ทำหน้าที่ลดแรงดันแก๊สจากถังลงให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและนิ่งพอสำหรับหัวเตา โดยแบ่งเป็น First Stage Regulator (ลดแรงดันสูง) และ Second Stage Regulator (ปรับแรงดันต่ำเข้าหัวเตา)
  • ท่อส่งแก๊ส (Gas Piping): ต้องใช้ท่อเหล็กดำไร้ข้อต่อ (Carbon Steel Seamless Pipe Schedule 40 หรือ 80) หรือท่อสเตนเลสสำหรับแก๊สโดยเฉพาะ ห้ามใช้ท่อ PVC หรือท่ออ่อนคุณภาพต่ำเดินเป็นสายหลักเด็ดขาด

3 มาตรการป้องกันอุบัติเหตุแก๊สรั่วหน้างาน

การควบคุมความเสี่ยงในพื้นที่ครัวต้องอาศัยอุปกรณ์เฝ้าระวังอัตโนมัติทำงานร่วมกับวาล์วนิรภัย

  1. ติดตั้งหัวตรวจจับแก๊สรั่ว (LPG Gas Detector): เนื่องจากแก๊ส LPG หนักกว่าอากาศ หัวตรวจจับจึงต้องติดตั้งสูงจากพื้นไม่เกิน 30 เซนติเมตร และห่างจากอุปกรณ์จ่ายแก๊สในระยะไม่เกิน 1.5 เมตร
  2. เชื่อมต่อวาล์วตัดแก๊สอัตโนมัติ (Solenoid Valve / Shut-off Valve): เมื่อหัวตรวจจับพบความเข้มข้นของแก๊สรั่วไหลเกินค่าความปลอดภัย วาล์วไฟฟ้าจะทำการตัดการจ่ายแก๊สจากต้นทางทันที
  3. ติดตั้งระบบระบายอากาศฉุกเฉิน: ต่อระบบวาล์วแก๊สเข้ากับพัดลมดูดอากาศ เพื่อให้พัดลมทำงานอัตโนมัติเมื่อมีแก๊สรั่ว ช่วยระบายแก๊สออกจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว

สำหรับการวางผังครัวในส่วนอื่นเพื่อให้สัมพันธ์กับตำแหน่งหัวเตา สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนเตรียมโครงสร้างครัวพาณิชย์ก่อนเริ่มดำเนินงานติดตั้ง

การทดสอบแรงดันและเช็กความปลอดภัยก่อนเปิดใช้งาน

ก่อนเปิดใช้งานระบบแก๊ส ต้องผ่านขั้นตอนการทดสอบรอยรั่วอย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • การทดสอบด้วยแรงดันดันอากาศ (Hydrostatic & Pressure Test): อัดแรงดันลมเข้าไปในระบบท่อตามระดับที่มาตรฐานกำหนด แล้วอัดค้างไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อดูว่ามีการตกของเข็มวัดแรงดัน (Pressure Gauge) หรือไม่
  • การเช็กรอยต่อด้วยสารละลายสบู่: ตรวจเช็กข้อต่อ วาล์ว และจุดเชื่อมทุกจุดเพื่อหาฟองอากาศเล็กๆ
  • ตรวจสอบระยะห่างจากระบบอื่น: ท่อส่งแก๊สต้องเดินห่างจากสายไฟและปลั๊กไฟอย่างน้อย 15–30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันสปาร์กจากไฟฟ้า ซึ่งการตรวจสอบข้อกำหนดเรื่องการเตรียมกำลังไฟในครัวพาณิชย์จะช่วยให้การวางแนวท่อแก๊สและท่อสายไฟไม่ทับซ้อนกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบแก๊สครัวร้านอาหาร

Q: ถังแก๊ส LPG วางไว้ในห้องครัวใต้เตาได้หรือไม่

A: ไม่แนะนำสำหรับครัวอุตสาหกรรมหรือร้านอาหารขนาดใหญ่ เพราะหากเกิดแก๊สรั่ว แก๊สจะสะสมใต้เตาและติดไฟได้ง่าย ควรออฟเซตห้องเก็บถังแก๊สไว้ภายนอกอาคารแล้วเดินท่อเข้ามา

Q: ควรตรวจสอบระบบแก๊สและอุปกรณ์ความปลอดภัยบ่อยแค่ไหน

A: ควรเช็กสภาพสายอ่อนและข้อต่อด้วยตาเปล่าทุกวัน ตรวจสอบหัวตรวจจับแก๊สรั่วทุก 1 เดือน และให้วิศวกรเข้าทดสอบระบบนิรภัยเต็มรูปแบบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

Q: ท่อแก๊สในครัวต้องทาสีอะไร

A: ตามมาตรฐานวิศวกรรมสากลและไทย ท่อส่งแก๊ส LPG ต้องทาสีเหลือง (Yellow) หรือทาสีรหัสตามมาตรฐานเพื่อระบุชนิดเชื้อเพลิงให้ชัดเจน

Q: ทำไมหัวเตาแก๊สในครัวร้านอาหารไฟมักเป็นสีแดงหรือไฟส้ม

A: เกิดจากอัตราส่วนผสมของแก๊สกับอากาศไม่สมบูรณ์ หรือมีคราบไขมันและสิ่งสกปรกอุดตันช่องอากาศ แก้ไขได้โดยการปรับบัตเตอร์ฟลายวาล์วเปิดช่องอากาศเพิ่ม หรือทำความสะอาดหัวเตา

สรุปการเลือกใช้อุปกรณ์สเตนเลสร่วมกับระบบแก๊ส

เตาแก๊สอุตสาหกรรมและโต๊ะวางเตาต้องทนทานต่อความร้อนสูงและรับน้ำหนักภาชนะหนักได้ดี บริษัท สหสเตนเลสสตีล จำกัด ผลิตชุดเตาสเตนเลสและเคาน์เตอร์วางอุปกรณ์แก๊สมาตรฐานสูง มีช่องจัดเก็บสายและจุดยึดท่อแก๊สอย่างปลอดภัย ป้องกันความร้อนสะสมสู่โครงสร้างข้างเคียง

บริษัท สหสเตนเลสสตีล จำกัด
โทร : (662) 175-1653-4
Email: [email protected]

Share